การกระตุ้นสมอง
เครื่องกระตุ้นสมองด้วยคลื่นเหนือเสียง (TPS) ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse
Transcranial Pulse Stimulation (TPS) เป็นการกระตุ้นสมองด้วย คลื่นเหนือเสียงแบบพัลส์ ที่เจาะจงตำแหน่งได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ และมักใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 30–45 นาที หลักฐานปัจจุบันชี้ว่า TPS อาจช่วยด้านความจำ ความสนใจ และอารมณ์ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางราย เมื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลแบบองค์รวมและติดตามโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการแนวทางไม่ผ่าตัดและเสริมการฟื้นฟูสมอง
ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse Clinic (Gaysorn Tower ชั้น 11, BTS ชิดลม) คุณจะได้รับการประเมินและกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูโดย แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ประสานทีมสหวิชาชีพ (นักกายภาพบำบัด/นักกิจกรรมบำบัด/นักแก้ไขการพูด/นักจิตวิทยาคลินิก/นักกำหนดอาหาร) เพื่อวางแผนเฉพาะบุคคล พร้อมดูแลความปลอดภัยทุกขั้นตอนในทำเลใจกลางเมืองสะดวกต่อการเดินทาง (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่))
TPS คืออะไร
TPS (Transcranial Pulse Stimulation) คือเทคโนโลยีการกระตุ้นสมองด้วย คลื่นเสียงความถี่อัลตราซาวด์แบบพัลส์สั้นมาก ที่ส่งผ่านกะโหลกศีรษะไปยังบริเวณเป้าหมายของสมองอย่างจำเพาะ ลักษณะเฉพาะของ TPS คือใช้ “พัลส์สั้นเป็นจังหวะ” ไม่ใช่คลื่นต่อเนื่อง จึงลดการเกิดความร้อนในเนื้อเยื่อสมองและทำให้แพทย์ผู้ทำหัตถการสามารถกำหนดเส้นทางกระตุ้นสมองโดยอ้างอิงภาพสมองของผู้ป่วยรายบุคคล (เช่น MRI)ได้ ขณะทำหัตถการผู้รับบริการสามารถนั่งหรือนอนสบาย ๆ ได้ ไม่ต้องใช้ยาชาและสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังทำ
ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ มีรายงานว่าคะแนนการทดสอบด้านความจำและการรู้คิดอาจดีขึ้นชั่วคราว หลังรับบริการ TPS เป็นคอร์สเริ่มต้น และบางแผนการรักษาใช้TPSการกระตุ้นเสริมเป็นระยะเพื่อประคองผล อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของการใช้ TPS ขึ้นกับความรุนแรงของโรค โครงสร้างสมองพื้นฐาน และโปรแกรมฟื้นฟูโดยรวมที่ได้รับร่วมกัน (เช่น ฝึกความจำ/กิจวัตรประจำวัน/โภชนาการ/การนอน) (PMC (เปิดในแท็บใหม่), Wiley Online Library (เปิดในแท็บใหม่), MDPI (เปิดในแท็บใหม่))
ทำไมควรทำ TPS ที่ PYONG Rehabilitation
Transcranial Pulse Stimulation (TPS) เป็นเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงแบบไม่รุกล้ำ (Non-invasive) ที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง PYONG Rehabilitation Penthouse เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลชั้นนำไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาให้บริการ โดยใช้เครื่องTPS รุ่นที่ทันสมัยที่สุดและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้รับการรองรับให้ใช้แก่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
เครื่อง TPS ที่ PYONG Rehabilitation เลือกใช้ ใช้คลื่นกระแทก (acoustic pulse) ที่โฟกัสลึกถึง 8 ซม. ในสมอง ซึ่งลึกกว่าวิธีการกระตุ้นสมองแบบไม่ต้องผ่าตัดส่วนใหญ่
มีระบบ BodyTrack® ที่เชื่อมกับข้อมูล MRI และติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์รู้แน่นอนว่าคลื่นถูกส่งไปที่จุดไหน ทำให้เครื่อง TPS ที่ PYONG Rehabilitation สามารถส่งคลื่นเข้าไปบำบัดได้แม่นยำและสั้นกว่าวิธีการรักษาอื่นๆ ใช้เวลาเพียงประมาณ 30 นาทีในการรักษาต่อเซสชั่นและใช้คลื่นพลังงานต่ำ (≈ 0.25 mJ/mm²) ทำให้ไม่เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความสบายให้แก่ผู้ป่วย
- แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกำกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมิน การเลือกโปรโตคอล ไปจนถึงการติดตามผลจริง
- ทีมสหวิชาชีพสายประสาทและผู้สูงวัย (Penthouse Clinic) ผสาน TPS เข้ากับโปรแกรมฝึกความจำ/กิจวัตร กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด โภชนาการ และสุขอนามัยการนอน
- มีการเทคโนโลยีอ้างอิงภาพสมองรายบุคคล(MRI) และแบบทดสอบมาตรฐาน เพื่อให้การติดตามมีตัวชี้วัดชัดเจน
- ทำเลสะดวกใจกลางกรุงเทพฯ Gaysorn Tower ชั้น 11 ติด BTS ชิดลม เดินทางง่ายสำหรับครอบครัวผู้ดูแล
เพราะเป้าหมายของเราคือ “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยและครอบครัว”
TPS ทำงานอย่างไร
TPS ใช้ การกระตุ้นระบบประสาทแบบกลไก (mechanotransduction) จากคลื่นเหนือเสียงพัลส์สั้นที่ส่งผลต่อการทำงานของเครือข่ายประสาทในบริเวณความจำและความสนใจ TPSอาจส่งเสริมการไหลเวียนระดับจุลภาคและพลาสติกซิตี้ของสมอง ขณะทำผู้รับบริการจะรู้สึกเพียงว่ามีการเคลื่อนที่ของหัวตรวจและเจลเย็นบนศีรษะ ไม่มีแผล ไม่มีเข็ม ขั้นตอนในการรักษาด้วยTPS ประกอบด้วย
- การประเมินโดยแพทย์และการทดสอบความจำ (MoCA/MMSE/ADAS-Cog)
- วางแผนตำแหน่งจากภาพ MRI สมองของผู้รับบริการ
- กระตุ้นสมองด้วย TPS จุดต่าง ๆ รวมประมาณ 6,000 พัลส์/ครั้ง ใช้เวลาราว 30–45 นาที
- กลับบ้านและทำนัดหมายตามโปรแกรมการรักษา
แผนการรักษาด้วย TPS ที่พบได้บ่อยคือเข้ารับการรักษาด้วย TPS อย่างน้อย 6 ครั้ง ภายในใน 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น กระตุ้นด้วยเครื่อง TPS เสริมทุก 4–6 สัปดาห์ เพื่อคงผลลัพธ์ ทั้งนี้แพทย์จะปรับตามอาการและการตอบสนองของแต่ละคน (อาจมีแนวทางการรักษาอื่นๆเช่น กระตุ้นด้วยเครื่อง TPS 10 ครั้งใน 5 สัปดาห์) (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่), Frontiers (เปิดในแท็บใหม่), PubMed (เปิดในแท็บใหม่))
อาการ/ภาวะที่เหมาะกับ TPS
- อัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้น–ปานกลาง (มีผู้ดูแลร่วมติดตาม)
- ภาวะบกพร่องการรู้คิดเล็กน้อย (MCI) ที่มีปัญหาความจำ/ความสนใจ
- ผู้ที่มีอาการลืมของใช้ วางของแล้วหาไม่เจอ หรือจัดการงานหลายขั้นตอนได้ยาก
- ผู้ที่อาการสมาธิสั้นลง สับสนง่ายในสิ่งแวดล้อมใหม่
- ผู้ที่พบปัญหาอารมณ์ซึมเศร้า/วิตกกังวลร่วมกับภาวะสมองเสื่อม (ประเมินโดยแพทย์) (PMC (เปิดในแท็บใหม่))
- ผู้ที่มองหาทางเลือก ไม่ผ่าตัด เพื่อเสริมการดูแลสมอง
- ผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาบางชนิด หรือทนผลข้างเคียงยาได้ไม่ดี (ภายใต้การดูแลของแพทย์)
- ผู้ที่ต้องการโปรแกรมฟื้นฟูบูรณาการร่วมกับการฝึกความจำ การทำกิจวัตร และโภชนาการ
หลักฐานเชิงวิชาการเกี่ยวกับ TPS
- การศึกษาเบื้องต้น รายงานว่าคะแนนทดสอบการรู้คิดของผู้เข้ารับการรักษาดีขึ้นหลังจบการรักษาด้วยTPS และคงอยู่ได้ช่วงหนึ่ง พร้อมสัญญาณการทำงานของเครือข่ายความจำที่เพิ่มขึ้นใน fMRI โดยไม่พบอันตรายรุนแรงในผู้ร่วมวิจัย(PMC (เปิดในแท็บใหม่))
- งานวิจัย รายงานถึงผลด้านการรู้คิดที่ดีขึ้นหลังการกระตุ้นด้วย TPS ในผู้ป่วยอัลไซเมอร์บางราย (รายละเอียดแผนการรักษาแตกต่างกันในแต่ละบุคคล) (JAMA Network (เปิดในแท็บใหม่))
สรุป: TPS เป็นเทคโนโลยีที่ มีแนวโน้มที่ดี แต่ควรใช้ร่วมกับการดูแลมาตรฐานและการฟื้นฟูแบบองค์รวมภายใต้การกำกับของแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ควรทำ TPS บ่อยแค่ไหน
แนวทางการรักษาโดยทั่วไป เริ่มต้นที่ 6 ครั้งใน 2 สัปดาห์ (ห่างกันอย่างน้อย 48 ชม.) ใช้เวลาต่อครั้งประมาณ 30–45 นาที หลังจบคอร์ส บางรายอาจได้รับคำแนะนำให้ กระตุ้นเสริม (booster) ทุกๆ 4–6 สัปดาห์ เพื่อช่วยประคองผลลัพธ์ ทั้งนี้ยังมีแผนการรักษาทางเลือก เช่น 10 ครั้งใน 5 สัปดาห์ ซึ่งศูนย์ต่าง ๆ เลือกใช้แตกต่างกันตามประสบการณ์และลักษณะผู้ป่วย
สำคัญที่สุดคือ ความถี่และจำนวนครั้งจะถูกปรับโดยแพทย์ หลังประเมินข้อมูลพื้นฐาน (คะแนนรู้คิด, ภาพ MRI, โรคร่วม, ยาที่ใช้, เป้าหมายของครอบครัวผู้ป่วย) และการตอบสนองจริงของผู้ป่วยระหว่างการรักษา ไม่มีแผนการรักษาที่ตายตัวสำหรับทุกคน ทีมของเราจะทบทวนผลอย่างสม่ำเสมอและบูรณาการการฝึกความจำ/กิจวัตรกับผู้ดูแล เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้สูงที่สุด (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่), Frontiers (เปิดในแท็บใหม่), PubMed (เปิดในแท็บใหม่))
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
- ระยะสั้น (ภายในสัปดาห์แรก–2 สัปดาห์หลังเริ่มการรักษา): ผู้ป่วยบางรายรายงานว่ารู้สึก “หัวโล่งขึ้น/โฟกัสดีขึ้น/อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อย” (PMC (เปิดในแท็บใหม่))
- ระยะยาว (4–6 สัปดาห์ขึ้นไป): งานวิจัยบางชิ้นรายงานคะแนนการรู้คิด(เช่น ADAS-Cogที่สูงขึ้น) หลังจบการรักษาเริ่มต้น และอาจคงอยู่ได้เมื่อมีการกระตุ้นเสริมเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคเสื่อม(Degenerative Disease) จึงควรคงการฟื้นฟูแบบองค์รวมและติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง (MDPI (เปิดในแท็บใหม่), PMC (เปิดในแท็บใหม่))
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการทำหัตถการ
ข้อมูลปัจจุบันบ่งชี้ว่าผลข้างเคียงจาก TPS มักเป็นผลที่เกิดขึ้นเล็กน้อยและชั่วคราว เช่น ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ หรือระคายเคืองผิวจากเจล โดยไม่พบอันตรายรุนแรงในรายงานส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี มีข้อห้ามสำคัญ ได้แก่ โลหะ/อุปกรณ์ในศีรษะหรือ brain pacemaker, ความผิดปกติการแข็งตัวของเลือด (เช่น ฮีโมฟีเลีย), ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน, เนื้องอกในบริเวณรักษา และการได้รับคอร์ติโคสเตียรอยด์ภายใน 6 สัปดาห์ก่อนเริ่มรักษา นอกจากนี้ จำเป็นต้องมี ภาพ MRI ล่าสุด เพื่อช่วยวางแผนตำแหน่งการกระตุ้นอย่างปลอดภัย ทุกเคสจะมีการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และคัดกรองโดยแพทย์ก่อนเสมอ (PMC (เปิดในแท็บใหม่), tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่))
ค่าใช้จ่าย
ราคาจะขึ้นอยู่กับ การประเมินแผนการรักษาโดยแพทย์ เพื่อเลือกแผนการรักษาให้เหมาะกับระดับอาการ สอดคล้องกับการแสดงผลของภาพ MRI และเป้าหมายการรักษาของครอบครัวผู้ป่วย โดยทั่วไป ค่าประเมินและค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยเครื่อง TPS โดยแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญ จะอยู่ที่ประมาณ 5,000–10,000 บาทต่อครั้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1) TPS ต่างจาก TMS อย่างไร?
TPS ใช้ “คลื่นเหนือเสียงแบบพัลส์” ผ่านกะโหลกเพื่อกระตุ้นสมองแบบจำเพาะตำแหน่ง ขณะที่ TMS ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทั้งสองเป็นหัตถการไม่ผ่าตัด แต่กลไกและข้อบ่งชี้แตกต่างกัน—แพทย์จะช่วยเลือกหัตถการที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย
2) ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง?
ต้องมีภาพ MRI สมองล่าสุด เพื่อใช้กำหนดตำแหน่งกระตุ้น และนำยาที่ใช้อยู่/ประวัติโรคร่วมไปให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มการรักษา (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่))
3) ขณะทำรู้สึกอย่างไร เจ็บไหม?
ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ อาจรู้สึกถึงการเคลื่อนตัวของหัวตรวจ ระยะเวลาต่อครั้งราว 30–45 นาที สามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังเสร็จหัตถการ (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่))
4) ใครไม่ควรทำ TPS?
ผู้ที่มีโลหะ/อุปกรณ์ในศีรษะหรือ brain pacemaker, ความผิดปกติการแข็งตัวของเลือด, ลิ่มเลือดอุดตัน, เนื้องอกบริเวณรักษา หรือได้รับสเตียรอยด์ใน 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา—ต้องงด/เลื่อน และให้แพทย์พิจารณาเป็นรายกรณี (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่))
5) ผลจะอยู่นานไหม ต้องทำบูสเตอร์หรือไม่?
บางรายได้รับประโยชน์ชั่วคราวหลังการรักษาช่วงเริ่มต้น และอาจแนะนำ กระตุ้นเสริมทุกๆ 4–6 สัปดาห์ เพื่อพยุงผล แพทย์จะปรับตามการตอบสนองและเป้าหมายของครอบครัว (tps-neuro.com (เปิดในแท็บใหม่), MDPI (เปิดในแท็บใหม่))
การเลือกสถานที่รักษาอาการปวดและโรคทางสมองจากคลินิกที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง PYONG Rehabilitation Clinic และ PYONG Rehabilitation Penthouse จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
เทคโนโลยีอื่นในกลุ่มนี้ — การกระตุ้นสมอง
การกระตุ้นสมอง
กระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า | TMS ที่ PYONG Rehabilitation Penthouse
TMS ใช้พัลส์แม่เหล็กเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าในสมองเป้าหมายโดยไม่ต้องผ่าตัด ข้อบ่งชี้ที่ได้รับอนุญาตขึ้นกับอุปกรณ์และประเทศ ส่วนการใช้ในสโตรก พาร์กินสัน การรู้คิด ความวิตกกังวล และการนอนยังต้องพิจารณาหลักฐานและผู้ป่วยเป็นรายกรณี
ปรึกษาทีม PYONG
สอบถามข้อมูลหรือวางแผนการรักษากับทีมของเรา