อาการปวดบริเวณสะบักเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของหลายคน ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว เคลื่อนไหวลำบาก และบั่นทอนคุณภาพชีวิต บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับโรคสะบักจม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดสะบักที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานออฟฟิศกับโรคออฟฟิศซินโดรม เราจะอธิบายถึงสาเหตุ อาการ วิธีการรักษา และการป้องกัน เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

สะบักจม คืออะไร

สะบักจม (Scapular Depression)เป็นภาวะที่เกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อรอบ ๆ สะบัก ทำให้กล้ามเนื้อบางส่วนหดตัวมากเกินไป ในขณะที่กล้ามเนื้ออีกส่วนอ่อนแรงลง ผลให้เกิดอาการปวด ชา และอ่อนแรงในบริเวณดังกล่าว

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสะบักจม

สะบักจม ผู้หญิงนั่งหลังค่อม

สะบักจมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ดังนี้:

  • การนั่งทำงานในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน เช่น หลังค่อม ไหล่ห่อ
  • การใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • การยกของหนักไม่ถูกวิธี
  • การนอนในท่าที่ไม่เหมาะสม
  • การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา
  • ความเครียดและความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว
  • โรคกระดูกสันหลังคด (Scoliosis)
  • ภาวะข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder)

อาการปวดสะบักจมมีลักษณะอย่างไร

อาการของสะบักจมอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็น โดยทั่วไปมักพบอาการดังต่อไปนี้

ปวดสะบักอย่างเดียว

ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดเฉพาะบริเวณสะบัก โดยอาการปวดอาจเป็นแบบตื้อ ๆ หรือปวดแปลบเป็นจังหวะ ความรุนแรงของอาการปวดอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเคลื่อนไหวแขนหรือไหล่

ปวดกล้ามเนื้อระหว่างสะบักทั้งสอง

ปวดกล้ามเนื้อระหว่างสะบักทั้งสอง

บางครั้งอาการปวดอาจกระจายไปยังบริเวณระหว่างสะบักทั้งสองข้าง ทำให้รู้สึกตึงและไม่สบายบริเวณหลังส่วนบน อาการนี้มักพบในผู้ที่ทำงานออฟฟิศและนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

ปวดสะบักร้าวลงแขน

เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ตามปกติของผู้ป่วยที่ปวดสะบัก โดยส่วนมากจะเป็นการรัาวที่เป็นลักษณะของ refer pain ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากตัวกล้ามเนื้อเองที่สามารถส่งอาการปวดไปยังจุดอื่น ๆ ได้ด้วย โดยอาการปวดอาจร้าวลงไปตามแขนจนถึงมือ อาจทำให้รู้สึกชา หรือมีอาการเหน็บตามแขนและมือร่วมด้วย

ปวดสะบักเฉียบพลัน

อาการปวดสะบักเฉียบพลันมักเกิดจากการบาดเจ็บหรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไปในทันที เช่น การยกของหนัก หรือการเล่นกีฬาที่ใช้แรงมาก อาการปวดประเภทนี้มักรุนแรงและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อาจมีการฉีกขาดหรือบาดเจ็บของกล้ามเนื้อรอบไหล่ได้

ปวดสะบักร่วมกับอาการอื่น ๆ

นอกจากอาการปวดสะบักแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น

  • ปวดคอและบ่า
  • ปวดหลังส่วนบน
  • รู้สึกตึงหรือเกร็งบริเวณไหล่
  • มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่แขนและมือ
  • ปวดศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย
  • มีอาการวิงเวียนหรือคลื่นไส้

แนะท่าออกกำลังกายคลายสะบักจม

อาการสะบักจมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานออฟฟิศหรือผู้ที่ต้องนั่งเป็นเวลานาน แต่การปรับพฤติกรรมและการออกกำลังกายที่ถูกวิธี เราสามารถบรรเทาอาการนี้ได้ ต่อไปนี้เป็นท่าออกกำลังกาย 5 ท่าที่จะช่วยคลายอาการสะบักจมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ

1 ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ
  • ชูแขนขึ้นแนบศีรษะ
  • ค่อย ๆ พับแขนลงมาจับที่ใบหูอีกด้าน
  • เอียงศรีษะให้ใบหูแนบต้นแขน

ท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ช่วยลดความตึงตัว คลายความเมื่อยล้า

2. ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ และหลัง

ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นคอ และหลัง
  • พสานมือไว้ที่ต้นคอ
  • ก้มคอลงเล็กน้อย
  • ค่อย ๆ บีบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน ค้างไว้นาน 30 วินาที

ท่าบริหารนี้จะช่วยลดอาการตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ และส่วนหลัง

3. ท่าบริหารกล้ามเนื้อแขนและไหล่

ท่าบริหารกล้ามเนื้อแขนและไหล่
  • เหยียดแขนทั้งสองข้างตรงไปด้านหน้า
  • ใช้แขนขวาพับขึ้นมาวางไว้บนแขนข้างซ้าย ลักษณะคล้ายเครื่องหมายบวก
  • ดึงแขนข้างซ้ายพับขึ้นมา เพื่อยืดเส้นบริเวณแขนและไหล่ ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที
  • ทำแบบเดิมโดนสลับข้างกัน

ท่าบริหารกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่นี้ จะช่วยยืดเส้นบริเวณหัวไหล่ได้เป็นอย่างดี

4. ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นแขน

ท่าบริหารกล้ามเนื้อต้นแขน
  • ชูแขนทั้งสองข้างแนบใบหู
  • พับแขนขวามาแตะที่หลังด้านซ้าย
  • ใช้มือซ้ายจับศอกขวาแล้วดึงไปทางด้านซ้ายจนรู้สึกตึง ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที
  • ทำซ้ำโดยสลับอีกข้าง

5. ท่ายืดหลังส่วนบน

ท่ายืดหลังส่วนบน
  • ผสานมือทั้งสองข้างไว้หลังศีรษะ
  • ใช้มือข้างหนึ่งจับบริเวณข้อศอกอีกข้างหนึ่ง
  • ค้างไว้ประมาณ 10-20 วินาที
  • สลับมือจับและทำซ้ำอีกข้าง
  • ทำสลับซ้ายขวา 3-5 ครั้ง

ท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณสะบัก ไหล่ และต้นแขน ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อบริเวณนี้

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

แม้ว่าอาการปวดสะบัก สะบักจมส่วนใหญ่อาจไม่ใช่เรื่องร้ายแรง แต่หากมีอาการปวดรุนแรงทันทีหลังได้รับบาดเจ็บ มีไข้สูงร่วมกับอาการปวด หรือมีอาการชาและอ่อนแรงที่แขนหรือมือ หลังพักและใช้ยาแก้ปวด 1-2 สัปดาห์แล้วอาการปวดไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดเรื้อรังที่รบกวนการนอนและใช้ชีวิตประจำวัน ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมในทันที

วิธีการรักษาอาการสะบักจม

การรักษาอาการสะบักจมขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปแนวทางการรักษาสะบักจมมีด้วยกันหลายวิธี ทั้งการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การใช้ยา และการทำกายภาพบำบัด โดยคุณหมอจะเป็นคนพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาและป้องกันอาการสะบักจม ผู้ป่วยควรปรับท่าทางการนั่งทำงานให้ถูกต้อง โดยให้หลังตรงและปล่อยไหล่ให้ผ่อนคลาย นอกจากนี้ในระหว่างวันควรลุกไปยืดเส้นยืดสายเป็นระยะ รวมถึงควรมีการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะบัก และการปรับปรุงท่านอนให้เหมาะสม ก็จะช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการกลับมาสะบักจมซ้ำได้

ใช้ยาแก้ปวด

ในกรณีที่มีอาการปวด แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการและลดการอักเสบเฉียบพลัน โดยทั่วไปมักใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟนหรือนาโพรเซน รวมถึงยาคลายกล้ามเนื้อ ในกรณีที่มีอาการปวดรุนแรง ส่วนหารฉีดยาสเตียรอยด์แพทย์จะพิจารณาเฉพาะเพื่อลดการอักเสบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

กายภาพบำบัด

กายภาพบำบัด

การรักษาอาการสะบักจมด้วยการทำกายภาพบำบัดถือเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและนักกายภาพบำบัดจะประเมินท่าทางและการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย แล้วออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงการสอนวิธียืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง การปักเข็ม (dry needling) กระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้า (PMS) และ เลเซอร์พลังงานสูง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ ยังมีการให้คำแนะนำในการปรับท่าทางในชีวิตประจำวันเพื่อป้องกันอาการปวดกำเริบอีกด้วย

วิธีการรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic คลินิก

PYONG Rehabilitation Clinic เป็นคลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงอาการสะบักจม โดย นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ หรือหมอเปียงที่มีประสบการณ์ในการรักษาที่สูง คลินิกมุ่งเน้นการดูแลรักษาอาการปวดทุกระยะโรค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยซึ่งที่มีตัวเลือกในการรักษามากมาย เช่น Dry Needling ปักเข็มแพทย์แผนตะวันตก ลดอาการปวด Magnetic Stimulation ลดอาการปวดระดับลึกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และHigh Power Laser เร่งการฟื้นตัว รักษาอาการเจ็บด้วยแสงเลเซอร์ หรือแม้แต่นวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆอย่างการรักษาด้วยคลื่นกระแทก (Shock wave therapy)

จุดเด่นของการรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic

PYONG Rehabilitation Clinic มีจุดเด่นในการรักษาอาการสะบักจม ด้วยทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย นอกจากนี้ คลินิกยังนำเสนอแผนการรักษาแบบองค์รวม ที่ผสมผสานเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลตนเองที่บ้านเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

การเตรียมตัวก่อนรับการรักษา

ก่อนเข้ารับการรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic ผู้ป่วยควรเตรียมตัวโดยจดบันทึกอาการที่เป็นอย่างละเอียด รวมถึงระยะเวลาและความรุนแรงของอาการ นอกจากนี้ ควรเตรียมประวัติการรักษาและผลการตรวจทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) รวมทั้งแจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบ เพราะการเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลังการรักษาดูแลตัวอย่างไร

หลังจากรับการรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องที่บ้าน การปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน และการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ ควรสังเกตอาการของตนเองและรายงานให้แพทย์ทราบหากมีอาการผิดปกติ การดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของอาการสะบักจม

แนวทางการป้องกัน

FAQ

สำหรับใครที่มีข้อสงสัย หรือคำถามเกี่ยวกับสะบักจม เราได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยมาฝากกันแล้ว

ราคาของการรักษาที่ PYONG Rehabilitation Clinic

บริการของที่ PYONG Rehabilitation Clinic นั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 อย่าง ดังนี้

  • ปักเข็มแพทย์แผนตะวันตก (Dry Needling) ร่วมกับการใช้เลเซอร์พลังงานสูง คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 24,000 บาท
  • ลดอาการปวดระดับลึกด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Stimulation) คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 16,000 บาท
  • รักษาอาการเจ็บด้วยแสงเลเซอร์ (High Power Laser) คอร์สละ 5 ครั้ง ราคา 16,000 บาท

รักษาอาการสะบักจมแล้วหายขาดหรือไม่

การรักษาอาการสะบักจมสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่จะนานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการทำตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด

สะบักจมแค่นวดอย่างเดียว หายหรือไม่

อาการสะบักจมเกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ จนทำให้เกิดอาการปวด การนวดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ยิ่งนวดเองโดยที่ไม่ได้ทำการปรึกษาคุณหมออาจจะยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้