สถานการณ์สังคมสูงวัยกับความท้าทายของโรคพาร์กินสันในประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2582 จะมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุถึงร้อยละ 28 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาท พบในประชากรมากกว่า 5 ล้านคน หรือร้อยละ 0.3 ของประชากรทั่วโลก และพบร้อยละ 1-2 ในประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งสาเหตุเกิดจากความเสื่อมของเซลล์ที่ผลิตสารโดปามีนในสมองส่วนที่เรียกว่า Substantia nigra อาการหลักประกอบด้วยเคลื่อนไหวช้า สั่น แข็งเกร็ง และการเดิน/การทรงตัวผิดปกติ กลุ่มอาการพาร์กินสัน (Parkinsonism) หมายถึง กลุ่มอาการหลักดังกล่าว ซึ่งเกิดจากโรคอื่น ๆ นอกเหนือจาก โรคพาร์กินสัน พบร้อยละ 14-55 ของผู้ป่วย
โรคพาร์กินสัน มักมีปัญหาด้านการเดินผิดปกติ (Gait disorder) เกิดจากการรบกวนวงจรการเคลื่อนไหว (Locomotor circuitry) ชั่วขณะในสมอง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความเร็วในการเดินลดลง มีระยะก้าวลดลง ทำให้มีความจำกัดในการเคลื่อนไหว และเพิ่มความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้ม
อาการเดินติด (Freezing of Gait)
อาการเดินติด (Freezing of Gait) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเหมือนมีกาวยึดเท้าไว้ ทำให้ก้าวขาไม่ออก ไม่สามารถเริ่มก้าวเท้า ติดขัดขณะหมุนตัว หรือเดินซอยเท้าถี่ๆ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว มักเป็นตอนที่เดินในที่เเคบ หรือมีสิ่งกีดขวางทางเดิน
สำหรับคำเเนะนำเพื่อเพิ่มความสามารถในการเดิน เเละลดอาการเดินติด
- เดินก้าวขายาว ยกขาสูง เเละแกว่งเเขนให้มากขึ้น
- แนะนำฝึกเดินหลังจากรับประทานยากลุ่มเพิ่มการออกฤทธิ์ของสารโดปามีนในสมอง ประมาน 30-60 นาที
- หากต้องการกลับตัว เเนะนำเดินแบบยูเทิร์น เช่น เดินอ้อมเก้าอี้ เเละให้ยกเท้าลอย ไม่หมุนเท้า เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้ม
- ก่อนเริ่มเดิน แนะนำให้ฝึกยืนเเละก้าวเเบบถ่ายน้ำหนัก (Weight shifting) ทำได้โดย ยืนเเยกขาความกว้างเท่าระยะไหล่ ถ่ายน้ำหนักลงขาข้างใดข้างหนึ่ง อีกข้างก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง หรือก้าวออกมาข้างๆเเล้วกลับมาที่เดิม
- ใช้ตัวชี้นำ (Cueing) ช่วยในการเคลื่อนไหว ได้แก่ ใช้ตัวชี้นำทางการมองเห็น เช่น ติดเเถบเทปกาวสีสันสดใสที่พื้น เเล้วให้ผู้ป่วยก้าวตามระยะของเทปนั้น เเนะนำความห่างที่ประมาน 45-60 เซนติเมตร การใช้ไม้เท้าเลเซอร์ เเล้วให้ผู้ป่วยก้าวตามแถบของเเสงเลเซอร์ หรือการใช้ตัวชี้นำทางเสียง เช่น ให้ผู้ป่วยเดินตามจังหวะเพลง ตามการนับจังหวะ หรือตามเสียงจากเครื่องเคาะจังหวะ (Metronome)
- การจัดสภาพเเวดล้อม กำจัดสิ่งกีดขวาง ให้ผู้ป่วยเดินในพื้นที่กว้าง
- หากผู้ป่วยมีอาการรุนเเรง หรือเป็นมาสักระยะ เเนะนำให้จัดสิ่งเเวดล้อมให้ผู้ป่วยมีสมาธิในการเดิน ป้องกันสิ่งรบกวนจากภายนอก
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ ออกกำลังกายแบบแอโรบิค ฝึกการทรงตัว เพิ่มความเเข็งแรงของ กล้ามเนื้อเเละความยืดหยุ่นของร่างกาย
ที่มา
- ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ
- รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2564