แพทย์อิ๊ง | พญ.นภัสสร คำชุ่ม
แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู
เวชศาสตร์ฟื้นฟูและโรคหลอดเลือดสมอง
“ถ้าเกิดเรารักษาคนไข้ให้เขากลับมาทำได้ แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้นได้ ให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วย มันเป็นความหวังของเขาที่ทำให้เขาดีขึ้นได้จากการรักษาของเรา”
– แพทย์อิ๊ง
แพทย์หญิงนภัสสร คำชุ่ม หรือ แพทย์อิ๊ง แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เชื่อว่าศาสตร์ที่เธอทำอยู่สร้างอิมแพคของผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อย่างแท้จริง เพราะคือการช่วยเหลือให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระ ลดการเป็นภาระ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
โดยแรงบันดาลใจของแพทย์อิ๊งในการเลือกเวชศาสตร์ฟื้นฟูเริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนเป็นแพทย์ใช้ทุน และได้เห็นผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองจำนวนมากที่ต้องนอนติดเตียงหรืออยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน จึงเกิดคำถามว่า จะมีสาขาการแพทย์ใดบ้างที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้ “ดีขึ้นกว่าที่เขาเป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน” ได้
เวชศาสตร์ฟื้นฟูจึงไม่ใช่แค่การมองในเรื่องของการรักษาโรคเท่านั้น แต่เป็นการ คืนศักยภาพ ให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และลดภาระของผู้ดูแล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้แพทย์ตัดสินใจเลือกเรียนด้านนี้
การฟื้นฟูระบบประสาทในผู้ป่วยอายุน้อย
แพทย์อิ๊งได้อธิบายว่า เนื่องจากในปัจจุบันมีแนวโน้มที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอายุน้อยลง แต่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคเรื้อรัง (เช่น ความดันโลหิตสูง), การสูบบุหรี่, และการขาดการออกกำลังกาย/ขยับตัว ดังนั้น เวชศาสตร์ฟื้นฟูจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้คนไข้กลุ่มนี้กลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น และมีความหวังในการใช้ชีวิตต่อไป
การรักษาแบบองค์รวม และ เทคโนโลยีขั้นสูง
บทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูในผู้ป่วย Stroke เริ่มต้นจากการ ประเมิน ความพร้อมในการเข้าร่วมโปรแกรมการฟื้นฟู และมีการ วางแผนร่วมกันกับสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีการนำ เทคโนโลยีมากมาย เข้ามาช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการกระตุ้นและเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Stimulation) ที่ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อและลดอาการเกร็ง รวมถึงกระตุ้นสมองเพื่อพัฒนาระบบประสาท หรือ หุ่นยนต์ช่วยฝึก (Robotics) เพื่อการปรับตัวและจิตใจคือกุญแจสำคัญ
แพทย์อิ๊งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับตัวของทั้งผู้ป่วยและญาติ ซึ่งอันดับแรกคือการ ทำความเข้าใจตัวโรคและขอบเขตของการฟื้นฟู จากนั้นจึงเป็นการวางแผน ปรับสภาพบ้านและอุปกรณ์การใช้งาน ให้เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในบ้านของตัวเอง