การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ
จากการสำรวจโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ (อายุ มากกว่า 60 ปี) ทั้งหมด ราว 14 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.58 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete aged society)โดยปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยครั้งและทำให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิตของผู้สูงอายุ คือ การพลัดตกหกล้ม โดยจากการสำรวจพบว่า ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เสี่ยงต่อการหกล้มคิดเป็นร้อยละ 28-35 และเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการเสียชีวิตเป็นอันดับที่สอง รองจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย
มีสาเหตุมากมายที่ทำให้เกิดการหกล้ม เช่น โรคประจำตัวบางอย่าง ความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการได้ยิน ยาบางชนิด สิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม อาการชาของเท้า และอื่นๆ
คำแนะนำเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้ม
1. หมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย และออกกำลังกายอยู่เสมอ เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ตัวอย่างง่ายๆ เช่น ยืดเหยียดกล้ามเนื้อหากมีการอยู่นิ่งๆเป็นเวลานาน ใช้การเดินแทนการขับรถ ใช้บันไดแทนลิฟท์ หรือทำงานบ้าน งานสวนที่ชอบระหว่างวัน
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อให้มีพลังงานเพียงพอระหว่างวัน
3. ดื่มน้ำ 6-8 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 1.5 ลิตรต่อวันเพื่อป้องกันอาการที่เกิดจากการขาดน้ำ หรือความดันโลหิตต่ำ เช่น วิงเวียนศีรษะ ซึ่งทำให้หกล้มได้
4. หมั่นตรวจเช็คสุขภาพตาและการมองเห็น รวมถึงแว่นตาที่ใส่ อย่างน้อยทุก 2 ปี เพราะการมองเห็นสำคัญต่อการทรงตัว
5. หมั่นตรวจเช็คสุขภาพหูและการได้ยิน รวมถึงเครื่องช่วยฟัง เพราะการได้ยินสำคัญต่อการทรงตัว หากการได้ยินเปลี่ยนแปลงไป จึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษา
6. ควบคุมโรคประจำตัว และยาที่ใช้ประจำ เช่น หากผู้ป่วยเบาหวาน มีอาการน้ำตาลต่ำ หรือผู้สูงอายุมีความดันโลหิตต่ำ สามารถทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหากรับประทานยาบางชนิดมากเกินไป เช่น ยาที่ออกฤทธิ์ให้ง่วงนอน อาจทำให้เกิดการหกล้มได้
7. ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก เน้นการออกกำลังที่มีแรงกระแทก เช่น การเดิน หรือการปั่นจักรยาน รวมทั้งเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี และแคลเซียมสูง เช่น ปลาตัวเล็ก นม ไข่
8. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพเท้า โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน หากมีอาการเจ็บหรือชาเท้า ให้รีบพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษา ควรเลือกสวมใส่รองเท้าที่มีขนาดพอดี ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ไม่แนะนำให้เดินเท้าเปล่า หรือใส่แค่ถุงเท้า รองเท้าที่ไม่แนะนำคือรองเท้าส้นสูง
9. จัดสิ่งแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัย เช่น มีไฟส่องสว่างเพียงพอ มีราวจับที่บริเวณทางยกระดับหรือบันได ไม่มีสิ่งของกีดขวางทาง จัดเก็บสายไฟ พรม หรือสิ่งที่อาจทำให้สะดุดให้เรียบร้อย ระวังทางเดินนอกบ้านที่มีความลื่น หากต้องการหยิบของที่อยู่สูงควรขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ไม่ควรยืนบนเก้าอี้ ระวังสัตว์เลี้ยงในบ้าน อาจใส่กระดิ่งที่ปลอกคอเพื่อส่งเสียง
ที่มา:
1. กรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (เปิดในแท็บใหม่)
2. National Institute on Aging. Falls and fractures in older adults: Causes and prevention
3. age uk. Staying steady information guide